Animalverse.social

Login Now

Create an account
  • Home
  • Community
  • Trending
  • Blackmarketplace
  • Groups
  • Game
  • Jobs
  • Financial
  • Digital Assets
  • Watch
  • Login
  • Register

Khal Pariskan Khankhen

Profile picture of Khal Pariskan Khankhen<span class="bp-verified-badge"></span>

Khal Pariskan Khankhen

@0x7777777fa44ea161b00707718a060bdeac6fdeb7

Active 5 hours, 49 minutes ago
  • Activity
  • Profile
  • Shop
  • Following 13
  • Followers 121
  • Groups 26
  • Forums
  • Media 106
  • 26

    Groups

My photos
  • IMG_3624
  • 7 นิสัยของคนที่ชีวิตกลางๆ ที่ชอบทำร้ายเราเงียบๆ . เช้านี้เบ้นนั่งดูคลิป The 7 Silent Killers of Success เป็นคลาสสิกทอล์กของ Jim Rohn . สิ่งที่ชอบคือเขาไม่ได้พูดเรื่องเทคนิคความสำเร็จ ไม่ได้พูดเรื่อง Productivity Hack ไม่ได้พูดเรื่องตื่นตี 5 แล้วชีวิตจะเปลี่ยน . แต่เขาพูดถึงสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น คือ Attitude Disease . โรคทางทัศนคติ ที่ไม่ได้ฆ่าเราทีเดียว แต่มันค่อยๆกัดชีวิตเราแบบช้าๆ . เรายังทำงานอยู่ ยังดูเหมือนพยายามอยู่ ยังดูเหมือนมีเป้าหมายอยู่ แต่ข้างในค่อยๆรั่ว . เหมือนเรือที่ไม่ได้พังเพราะพายุ แต่พังเพราะมีรูเล็กๆใต้ท้องเรือ . Jim Rohn บอกว่า โลกมันอันตรายพออยู่แล้ว เราเลยต้องไม่ใช่แค่ฉลาด แต่ต้องระวังด้วยว่า ทัศนคติแบบไหนกำลังทำลายสิ่งดีๆที่เราเริ่มไว้ . มาดู 7 Silent Killers of Success แบบเอามาคิดกับชีวิตจริงได้เลย #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป ===================== [1] Indifference (ความเฉยชา) . Jim Rohn เรียกมันว่า 'การยักไหล่ให้ชีวิต' . คือไม่ได้แย่ ไม่ได้พัง ไม่ได้หมดหวัง แต่ก็ไม่ได้อินอะไรกับสิ่งที่ตัวเองทำ . ทำงานไปงั้นๆ เรียนไปงั้นๆ ทำนู้นทำนี้ไปงั้นๆ อยู่ในความสัมพันธ์ไปงั้นๆ . น่ากลัวตรงที่มันดูไม่ร้ายแรง แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการ Drift . Jim Rohn พูดประโยคนึงโคตรแรง . You cannot drift to the top of the mountain. เราไม่สามารถลอยไปถึงยอดเขาได้ ยอดเขาไม่เคยให้รางวัลกับคนที่แค่ปล่อยชีวิตไหลไปเรื่อยๆ . บางคนรอว่า ถ้าได้งานที่ดีกว่านี้ เดี๋ยวจะตั้งใจ ถ้าได้โอกาสที่ดีกว่านี้ เดี๋ยวจะจริงจัง ถ้าได้ชีวิตที่พร้อมกว่านี้ เดี๋ยวจะใส่เต็ม . แต่ Jim Rohn บอกว่า นั่นคือ Delusion(ภาพลวงตา) . ไม่ใช่ว่าเราต้องได้ที่ที่ดีก่อน แล้วเราค่อยใส่เต็มที่ แต่ต้องใส่เต็มในที่ที่เราอยู่ก่อน แล้วมันจะพาเราไปเจอที่ที่ดีกว่า . Whatever you are doing, pour it on. ไม่ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เทมันลงไปให้สุดก่อน . เพราะการใส่เต็มจะให้คำตอบสองแบบ หนึ่ง มันเปิดประตูใหม่ให้เรา สอง มันทำให้เรารู้เร็วขึ้นว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ทางของเรา . แต่ความเฉยชาไม่ให้อะไรเลย นอกจากชีวิตที่ค่อยๆจืดลงทุกวัน --- [2] Indecision (การตัดสินใจไม่ได้) . โรคที่สองคือ Mental Paralysis สมองเป็นอัมพาตจากการเลือกไม่ได้ . หลายคนไม่ได้ขาดโอกาส ไม่ได้ขาดความสามารถ แต่ขาดการตัดสินใจ . ยืนอยู่บนรั้ว แล้วบอกตัวเองว่า ขอคิดอีกนิด ขอหาข้อมูลอีกหน่อย ขอรอให้มั่นใจกว่านี้ . แต่ปัญหาคือ ชีวิตไม่หยุดรอให้เราชัดเจนกับเส้นทางของตัวเอง . Jim Rohn บอกว่า ถ้ายืนอยู่บนรั้วนานเกินไป สุดท้ายไม่ต้องสนแล้วว่าจะลงฝั่งไหน แค่ลงมาก่อน . เพราะถ้าเลือกผิด อย่างน้อยเราจะรู้เร็วขึ้นว่าผิด . ชีวิตที่มีรสชาติ คือชีวิตที่ตัดสินใจเยอะ บางการตัดสินใจถูก บางการตัดสินใจผิด แต่ทุกการตัดสินใจให้ Feedback . คนที่ไม่ตัดสินใจ ไม่ได้ปลอดภัยกว่า แค่ไม่มีข้อมูลใหม่ให้ชีวิตตัวเอง อันนี้จุกมากสำหรับยุคนี้ เพราะเรามีข้อมูลเยอะจนตัดสินใจน้อยลง . ดูรีวิวจนไม่ซื้อ เรียนคอร์สจนไม่เริ่ม วางแผนจนไม่ลงมือ คิดคอนเทนต์จนไม่โพสต์ . สุดท้ายไม่ได้แพ้เพราะเลือกผิด แต่แพ้เพราะไม่เคยเลือกอะไรจริงๆ --- [3] Doubt (ความสงสัยในตัวเอง) . Jim Rohn บอกว่า Doubt เหมือนโรคระบาด โดยเฉพาะ Self-Doubt . สงสัยว่าตัวเองทำได้ไหม สงสัยว่าเราดีพอไหม สงสัยว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน สงสัยว่าคนแบบเรามีสิทธิ์สำเร็จจริงเหรอ . ถ้ามันเกิดเป็นครั้งคราว ยังพอเข้าใจได้ แต่ถ้ามันกลายเป็นนิสัย มันจะค่อยๆตัดอนาคตเราออกทีละชิ้น . เพราะ Self-Doubt ไม่ได้แค่ทำให้เรารู้สึกแย่ แต่มันทำให้เราไม่กล้าเริ่ม ไม่กล้าขาย ไม่กล้าขึ้นราคา ไม่กล้าโพสต์ ไม่กล้าออกจากเกมเดิม . แล้วพอเราไม่เริ่ม เราก็ไม่มีหลักฐานว่าตัวเองทำได้ พอไม่มีหลักฐาน เราก็ยิ่งไม่เชื่อตัวเอง . เป็น Loop นรกมาก Jim Rohn บอกว่า ให้พลิกเหรียญนี้อีกด้าน Become a believer. . เริ่มจากเชื่อในตัวเองก่อน ไม่ใช่เชื่อแบบหลอกตัวเองว่าเราเก่งที่สุดในโลก แต่เชื่อว่าเรามีสิทธิ์พัฒนาได้ . Self-worth คือจุดเริ่มต้นของ Progress ถ้าเรามองตัวเองเป็นคนที่ไม่มีค่า เราจะไม่กล้าลงทุนกับตัวเอง ไม่กล้าปกป้องเวลา ไม่กล้าสร้างชีวิตที่ดีกว่าเดิม . บางทีสิ่งแรกที่ต้องแก้ ไม่ใช่ Skill แต่คือภาพที่เรามีต่อตัวเอง --- [4] Worry (ความกังวล) . Jim Rohn บอกว่าเขาเคยเป็น Super Worrier ไม่ใช่ Super Warrior (โครตนักรบ) Super Worrier คนที่กังวลเก่งมาก 55555 . กังวลเรื่องเงิน กังวลเรื่องอนาคต กังวลเรื่องคนอื่นคิดยังไง กังวลเรื่องถ้าพลาดขึ้นมาจะเป็นยังไง . ความกังวลมันโหดเหี้ยมตรงที่ มันทำให้เราทรมานกับปัญหาที่ยังไม่เกิด เหมือนจ่ายดอกเบี้ยล่วงหน้า ให้หนี้ที่เราอาจไม่ได้เป็นด้วยซ้ำ . Jim Rohn บอกว่า ชีวิตที่ดีไม่ใช่ชีวิตที่ไม่มี Challenge ไม่ใช่ชีวิตที่ไม่มี Difficulty แต่คือชีวิตที่ Free of Worry (อิสระจากความกังวล) . ยังมีปัญหาอยู่ ยังมีงานยากอยู่ ยังมีความเสี่ยงอยู่ แต่เราไม่เอามันมาฉายซ้ำในหัวจนหมดแรงก่อนลงสนาม ความกังวลไม่ได้แก้ปัญห มันแค่กินพลังที่เราควรใช้แก้ปัญหา . บางทีเราคิดว่าเรากำลังเตรียมตัว แต่จริงๆเรากำลังซ้อมพังในหัวตัวเอง และถ้าซ้อมคิดว่าชีวิตเราพังจนกังวลมากๆ ชีวิตจริงก็เริ่มอ่อนแรงตามไปด้วย --- [5] Overcaution (ระวังเกินไปจนไม่กล้าใช้ชีวิต) . Jim Rohn บอกว่า บางคนไม่มีวันมีชีวิตที่ใหญ่กว่านี้ เพราะเขาระวังเกินไป แน่นอนประมาทก็อันตราย แต่ การใช้ชีวิตแบบขี้ขลาด ก็อันตรายไม่แพ้กัน ทุกอย่างมีความเสี่ยง . เริ่มธุรกิจเสี่ยง ลงทุนเสี่ยง ย้ายงานเสี่ยง รักใครสักคนก็เสี่ยง แต่ Jim Rohn ตบหน้าพวกเราเบาว่าๆ If you think trying is risky, wait till they hand you the bill for not trying. ถ้าคิดว่าการลองมันเสี่ยง ลองรอดูบิลของการไม่ลองก่อน . บิลนั้นอาจชื่อว่า Regret(ความเสียใจ) . บางคนไม่ได้เจ็บเพราะล้ม แต่เจ็บเพราะวันหนึ่งมองย้อนกลับไปแล้วรู้ว่า ชีวิตเราเล็กกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเราเลือกปลอดภัยตลอดเวลา . Jim Rohn บอกว่า อย่าขอชีวิตที่มีแต่ Security ขอชีวิตที่มี Adventure . เพราะปลอดภัยเกินไป บางทีมันไม่ใช่ชีวิต มันคือการถูกห่อไว้ในผ้าขาว มีคนเอาข้าวมาให้วันละสามมื้อ อยู่ได้ถึง 100 ปี แต่ไม่ได้ใช้ชีวิตจริงๆ . แรงมาก 55555 . ชีวิตไม่ได้ต้องบ้าบิ่น แต่ต้องมีสนามให้เราได้เสี่ยงแบบฉลาดบ้าง เพราะการเติบโตไม่มีทางเกิดในมุมที่ปลอดภัยตลอดไป --- [6] Pessimism (การมองโลกแย่เป็นนิสัย) . Pessimist คือคนที่มองหาเหตุผลว่าทำไมมันจะไม่เวิร์ก . เห็นโอกาส ก็เห็นปัญหาก่อน เห็นคนทำได้ ก็หาข้อเสียก่อน เห็นไอเดียใหม่ ก็รีบหยิบเหตุผลว่าทำไมพังแน่ๆ . Jim Rohn บอกว่า คนแบบนี้ไม่ได้มองพระอาทิตย์ตก เขามองฝุ่นบนกระจก . โลกเดียวกัน วิวเดียวกัน เหตุการณ์เดียวกัน แต่คนสองคนเห็นคนละอย่าง . คนหนึ่งเห็นโอกาส อีกคนเห็นแต่ข้อบกพร่อง . Jim Rohn บอกว่า ชีวิตเราไม่ได้ถูกกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเดียว แต่ถูกกระทบจากวิธีที่เราคิดว่าสิ่งนั้นคืออะไร . The way we think things are affects us most. . นี่คือเหตุผลที่เขาพูดเรื่อง Mental Factory . จิตใจเราเหมือนโรงงาน อะไรก็ตามที่เราเอาเข้าไปทุกวัน มันจะกลายเป็นวัตถุดิบของชีวิต . ถ้าเราใส่แต่ข่าวร้าย ดราม่า ความกลัว คอนเทนต์ขยะ ความคิดของคนแพ้ . แล้วคาดหวังว่าจะสร้างชีวิตที่แข็งแรง มันก็เหมือนพยายามทำเค้กด้วยปูนซีเมนต์ ทำยังไงก็อร่อยยาก 55555 . Jim Rohn เลยบอกว่า Stand guard at the door of your mind. ยืนเฝ้าประตูใจตัวเอง อย่าให้ใครเอาอะไรมาทิ้งในหัวเราง่ายๆ เพราะสุดท้าย เราต้องอยู่กับผลลัพธ์ของสิ่งที่เราอนุญาตให้เข้ามา --- [7] Complaining (การบ่น) การบ่น การคร่ำครวญ การโวยวายกับชีวิต . เขาบอกว่า ใช้เวลา 5 นาทีบ่น เราก็เสียไปแล้ว 5 นาที และอาจเริ่มโรคร้ายทางเศรษฐกิจบางอย่างในตัวเอง . เพราะการบ่นทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อย แต่จริงๆมันมักทำให้เราติดอยู่กับเรื่องเดิม . บ่นเรื่องลูกค้า บ่นเรื่องตลาด บ่นเรื่อง Algorithm บ่นเรื่องเศรษฐกิจ บ่นว่าคนอื่นโชคดีกว่า . บางเรื่องจริง โลกไม่แฟร์จริง ตลาดไม่ง่ายจริง คนบางคนได้เปรียบกว่าเราจริง . แต่คำถามคือ บ่นแล้วเรามีอำนาจเพิ่มขึ้นไหม ถ้าไม่มันอาจเป็นแค่การเอาพลังชีวิตไปเผาทิ้ง คนที่อยากโตต้องระวังมาก เพราะการบ่นอาจกลายเป็น Identity . จากคนที่เจอปัญหา กลายเป็นคนที่นิยามตัวเองผ่านปัญหา และพอเรากลายเป็นคนแบบนั้น อนาคตก็เริ่มไม่อยากเข้าใกล้เรา ===================== #สรุปแบบลงดาบ . Jim Rohn ไม่ได้บอกว่า ความสำเร็จพังเพราะเราไม่เก่ง หรือไม่ฉ,าดพอ หรือมันจะพังเพราะเราไม่มีโอกาส หรือพังเพราะโลกไม่ยุติธรรมอย่างเดียว . แต่หลายครั้งมันพังเพราะ Attitude Disease (โรคทัศนคติป่วย) . เฉยชา ตัดสินใจไม่ได้ สงสัยในตัวเอง กังวลเกินไป ระวังจนไม่กล้า มองโลกแย่เป็นนิสัย และบ่นจนเสียพลังชีวิต . สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ดูน่ากลัวในวันแรก แต่มันค่อยๆกัดกินอนาคตเรา . เหมือนสนิม ไม่ได้ทำให้เหล็กหักทันที แต่มันกินจากข้างในเรื่อยๆ จนวันหนึ่งของที่ควรแข็งแรง กลับเปราะแบบไม่รู้ตัว . 7 Silent Killers จริงๆสรุปอีกรอบแบบลงดาบจริงๆ . [1] Indifference - อย่าปล่อยชีวิตไหล [2] Indecision - ตัดสินใจ แล้วเรียนรู้จาก Feedback [3] Doubt - เชื่อว่าตัวเองพัฒนาได้ [4] Worry - อย่าใช้พลังไปกับปัญหาที่ยังไม่เกิด [5] Overcaution - ระวังได้ แต่อย่ากลัวชีวิต [6] Pessimism - เฝ้าประตูใจตัวเอง [7] Complaining - บ่นให้น้อย ลงมือให้มาก . และบทเรียนที่เบ้นชอบที่สุดคือ . เราไม่สามารถ Drift ไปถึงยอดเขาได้ . ชีวิตที่ดีไม่ได้เกิดจากการลอยไปเรื่อยๆ แต่มันเกิดจากการเลือก เลือกคิด เลือกทำ เลือกเชื่อ เลือกเสี่ยง เลือกเลิกบ่น และเลือกใส่เต็มกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า . บางทีศัตรูของความสำเร็จ ไม่ได้เสียงดังเหมือนความล้มเหลว แต่มันเงียบเหมือนนิสัยเล็กๆที่เรายอมให้มันอยู่กับเรานานเกินไป
  • A healthy body is a long-term investment that yields returns not built with words, but with discipline.
  • Some to put something to the brain
  • Some to put something to the brain
  • Some to put something to the brain
  • ปริสคาล คาลเคน
  • สีบนผนังอาจจางหาย แต่ Impact ในโลก Animalverse SocialFi จะยิ่งชัดเจนขึ้นทุกวัน ปริสคาล คาลเคน
  • “Build in silence. Let the blockchain speak.” ปริสคาล คาลเคน
  • All106
  • Albums1
  • Photos104
  • Videos2
  • Music0

Create an Album

Please login

You need to be logged in to upload Media or to create Album.

Click HERE to login.

Upload

Album List

Sorry !! There's no media found for the request !!

Load More
Recent activity
  • Khal Pariskan Khankhen posted an update

    1 week, 2 days ago
  • Khal Pariskan Khankhen posted an update

    2 weeks, 2 days ago
  • Khal Pariskan Khankhen posted an update

    3 weeks, 1 day ago
  • Khal Pariskan Khankhen posted an update

    1 month ago
  • Khal Pariskan Khankhen posted an update

    3 months ago
Guest
Create an account
Copied to clipboard.